ไอศกรีมคุ๊กกี้แอนด์ครีม | |
ส่วนผสม 1. ไข่แดง 3 ฟอง 2. นมจืด 250 ซีซี. 3. วนิลา 2 ช้อนชา 4. วิปครีม 125 ซีซี 5.โอรีโอ้คุ๊กกี้ รสที่ชอบ ครึ่งแถว บิดเป็นชิ้นเล็กๆ ตามชอบ 6. น้ำตาล 70 กรัม วิธีทำ 1. ต้มนมกับวนิลา ทิ้งนมไว้พออุ่น 2.ตีไข่แดงกับน้ำตาลจนขึ้นฟู 3. ค่อยเทนมอุ่นลงไปพร้อมตีผสมกันไปด้วย 4.หลังจากตีนมแล้วยกขึ้นตั้งไฟปานกลางคนไปเรื่อยๆระวังอย่าให้เดือด ให้เกือบเดือดเท่านั้น ถ้ามีที่วัดอุณหภูมิ วัดไม่เกิน 87 องศาเซลเซียส เพราะไข่จะเริ่มสุก สังเกตได้ว่าเริ่มข้นขึ้น 5. ยกลงจากเตา ตีต่อจนเย็น 6.กรองส่วนผสมของไข่กับนม ก่อนตีวิปปิ้งครีม ให้ขึ้นฟูเกือบแข็ง เอามาผสมกับส่วนผสมของนม แช่เย็น ในตู้แช่ พอแข็งตัวเอาออกมาตีให้ฟูด้วยที่ตีไข่ เอากลับไปแช่ใหม่ พอเริ่มแข็งก็เอาออกมาตีใหม่จนฟูเป็นครีมเนียมทำซ้ำเช่นนี้อีก 2-3 รอบ ให้สังเกตดูความเนียนและไม่ขึ้นเกล็ดน้ำแข็ง ครั้งสุดท้ายคลุกคุ๊กกี้ได้ เอาแช่เย็นต่อ ที่มาของเว็บ http://www.mkn-cake.ob.tc/cake34.html | |
วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2554
เค้กไอศกรีม | |
ส่วนผสม 1.ไอศครีมรสช็อกโกแลต รสวนิลา รสสตอเบอร์รี่ หรือจะเอารสตามใจชอบก็ได้แต่ควรเอาออกจาก ช่องแข็งก่อนลงมือทำประมาณ10นาทีเพื่อจะได้ทำง่ายขึ้น 2.วิปปิงครีม 3.โอรีโอหรือคุกกี้หรือบิสกิสก็ได้ 4.เนยละลาย 5.ผลไม้ตามฤดูกาลหรือจะเป็นผลไม้กระป๋องก็ได้เช่น สตอเบอร์รี่ เชอร์รี่ กีวี่ ส้ม 6.ป็อกกี้ชนิดแท่ง ช็อกโกแลตคิดแคท 7.แม่พิมพ์เค็กรูปวงกลมขนาดกลางแบบสามารสถอดใต้ล่างที่รองตัวเค็กได้เพราะจะได้เอาตัวเค็ก ออกได้สะดวกหน่อย วิธีการทำ 1.นำโอรีโอมาบดให้ละเอียดนำเนยละลายใส่ลงไปคนให้เนยและโอรีโอเค้ากัน 2.แล้วนำโอรีโอที่ผสมกันเนยไว้เรียบร้อยแล้วมาใส่ในแม่พิมพ์เค็กกดแน่ๆให้ทั่วเพื่อเป็นการ รองตัวไอสครีมควรรองบางๆไม่หนามาก 3.แล้วเริ่มตกแต่งรอบๆตัวเค็กก่อนโดยนำป็อกกี้กับคิดแคทมาแต่งสับกันไปมาให้สวยงาม 4.นำไอศครีมรสวนิลามาตักใส่ในแม่พิมพ์เป็นชั้นแรกก่อนเกลี่ยให้ทั่วแล้วแช่ตู้เย็นเข้าช่องแข็งไว้1ช.ม 5.เอาออกจากตู้เย็นแล้วตามด้วยไอศครีมรสสตอเบอร์รี่เนชั้นที่สองตักใส่แม่พิมพ์เกลี่ยให้ทั่ว แล้วแช่ตู้เย็นช่องแข็งไว้1ช.ม 6.เอาออกจากตู้เย็นแล้วตักไอศครีมรสช็อกโกแลตใส่ลงไปเกลี่ยให้ทั่วแล้วแช่ตู้เย็นเข้าช่องแข็งไว้1ช.ม 7.พอไอศครีมทั้ง3แล้วเอาออกจากแม่พิมพ์ตกแต่งหน้าเค็กตามใจชอบด้วยวิปปิงครีมและผลไม้ 8.เข้าตู้เย็นไว้อีกสัก1ช.มเสร็จพร้อมรับประทานแล้ว ที่มา http://www.mkn-cake.ob.tc/cake33.html | |
วิธีทำไอศครีมทอด
ไอศครีมทอด
ส่วนประกอบ
ไอศครีมรสที่ชอบ (จะให้อร่อยต้องเป็นไอศครีมที่มีรสหวานและมัน ไม่แนะนำเชอร์เบท หรือ หวานเย็น)
ขนมปังแซนวิชใหม่ๆ 1 นาที ต่อ 2 แผ่น
ผงขนมปังป่น
ไข่ไก่ 2 ฟอง
น้ำมันพืชสำหรับทอด
เคล็ดลับ กระทะที่ใช้ทอดไอศครีมควรเป็นกระทะก้นมน และไอศครีมควรแช่ในช่องแข็งให้เย็นจัด แต่ต้องไม่แข็งเกินไปจนตักไม่ได้
วิธีทำ
เริ่มจากการทำขนมปังป่นก่อน ง่ายๆ ค่ะ นำขนมปังแซนด์วิชมาตากแดดจนแห้งกรอบ หรือจะใช้อบในเตาด้วยไฟอ่อนจนกรอบ จากนั้นนำไปป่นให้ละเเอียด
คราวนี้ก็ถึงขั้นตอนการทำแล้วค่ะ เริ่มจากเตรียมขนมปังป่นใส่ถ้วย นำขนมปังแซนด์วิช
มาตัดขอบสีน้ำตาลออก ตีไข่ไก่ในถ้วยอีกใบให้พอเข้ากัน
ตั้งกระทะบนเตาด้วยไฟกลาง ตั้งน้ำมันให้ร้อน นำไอศครีมออกจากช่องแช่แข็ง ตักไอศครีม 1 ก้อนวางลงบนขนมปัง ทาไข่รอบๆ
เอาขนมปัง**กแผ่นหนึ่งประกบ แล้วปั้นให้เป็นรูปกลมๆ ชุบลงในไข่ แล้วคลุกกับขนมปังป่น ใช้อุ้งมือบีบให้เป็นก้อน แล้วชุบไข่ และคลุกกับขนมปังป่นอีกครั้ง
นำลงทอดทันที พอผิวขนมปังเป็นสีเหลืองอ่อนๆ ให้ใช้กระชอนตักขึ้นทันที (ไม่ควรทอดเกิน 30 วินาที)
วางลงบนกระดาษซับมัน ตักใช่จานหรือถ้วยเสิร์ฟ แต่งหน้าด้วยฮอทฟัดจ์ หรือวิปปิ้งครีม จะใส่ผลไม้สดแบบเชอรี่ หรือสตอเบอรี่ก็ได้
วิธีการทำไอศกรีมแบบง่ายๆที่คุณก็ทำได้
ขั้นตอนการทำไอศกรีมมิกซ์สูตรนมจากไอศกรีมผงก็ง่าย ๆ ค่ะ แค่ต้มน้ำ 2 ถ้วยตวงให้เดือด ทำละลายไอศกรีมผง เติมครีม 1 ถ้วยตวง แล้วนำไปบ่ม เท่านั้นเอง ... มาดูรูปประกอบกันนะคะ
1. ต้มน้ำ 2 ถ้วยตวงให้เดือด
2. เทไอศกรีมผงลงไป คนให้ละลายอย่างรวดเร็ว
เทไอศกรีมผงลงไปทั้งซอง
ใช้ตะกร้อมือคนให้ไอศกรีมผงละลายอย่างรวดเร็ว
เมื่อไอศกรีมผงละลายหมดแล้ว จะได้มิกซ์ที่เป็นเนื้อเดียวกันค่ะ
3. ยกลงจากเตาแล้วเติมครีม 1 ถ้วยตวง
4. ใส่ถุงหรือกล่อง เพื่อนำไปบ่มที่อุณหภูมิ 0-4 C เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมงค่ะ
วิธีการบ่มไอศกรีมิกซ์โดยการฝังในน้ำแข็ง
แค่นี้ก็ได้ mix ที่เป็น milk base สำหรับทำไอศกรีมหลากหลายรสชาติแล้วค่ะ
ถ้าจะทำไอศกรีมนมก็นำมาปั่นได้เลย การปั่นด้วยถังปั่นแบบใช้น้ำแข็งกับเกลือก็จะทำง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
1. เทมิกซ์ลงในถังปั่น
มิกซ์ที่บ่มเสร็จเรียบร้อยแล้ว นำมาเทลงในถังปั่น (ถังใน)
2. ให้ความเย็นด้วยน้ำแข็งบด และเกลือเม็ดค่ะ
น้ำแข็งบด
เกลือที่ใช้ควรจะเป็นเกลือเม็ดค่ะ
3. ประกอบเครื่อง และเสียบปลั๊ก ให้มอเตอร์เครื่องปั่นไอศกรีมหมุน
ประกอบเครื่องและให้เครื่องเริ่มปั่น
4. เติมเกลือและน้ำแข็งรอบ ๆ
ชั้นล่างสุดใส่น้ำแข็งค่ะ จากนั้นก็เติมเกลือและน้ำแข็งสลับไปเป็นชั้น ๆ จนเต็ม
5. เครื่องปั่นจะปั่นจนไอศกรีมแข็งได้ที่และจะหยุดปั่นเอง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
ไอศกรีมที่ปั่นเสร็จแล้ว
6. ตักใส่ถ้วย เอาไปแช่แข็งที่อุณหภูมิต่ำกว่า -18 c
หน้าตาของไอศกรีมนมค่ะ
ที่มา ttp://www.icecreamfanclub.com/index.php?name=News&file=article&sid=38
วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ไอศกรีม แต่ชนิดต่างๆ
1. ไอศกรีม ( lce Cream )
มีส่วนผสมของนม น้ำตาล ไขมันและเครื่องปรุงรส อื่นๆ เช่นช็อกโกแลต วานิลลา กาแฟ หรือผลไม้้เช่น สตรอเบอร์ร ี่ ข้าวโพด เผือก เป็นส่วนประกอบ
2. ไอศกรีมหวานเย็นผสมนม ( Milk lce or lce Milk)
มีปริมาณไขมันน้อยกว่า ไอศกรีมมีส่วนผสมของนม น้ำตาลและเครื่องปรุงรสอื่นๆสามารถผลิต ไอศกรีม ชนิดนี้ใด้ทั้งแบบเนื้อนุ่มและแบบเนื้อแข็ง
3. เชอร์เบท (Sherbet)
ไม่มีไขมัน มีส่วนผสมสำคัญคือน้ำผลไม้และน้ำตาล มีนมเป็นส่วนประกอบเพียงเล็กนัอยรสชาติออกเปรี้ยวและหวาน เนื้อไอศกรีม เชอร์เบทเหนียว เนียนละเอียด สีสวยสดใส
4. ซอร์เบท์ (Sorbet)
ไม่มีไขมัน มีส่วนผสมสำคัญ คือ ผลไม้(น้ำผลไมัหรือชิ้น เนื้อผลไม้บด) และน้ำตาล ซอร์เบท์มีปริมาณน้ำตาลมากที่สุดเนื้อไอศกรีมมี ลักษณะเป็นเกล็ดละเอียด นุ่มได้รสชาติผลไม้เข้มข้น
5. ไอศกรีมหวานเย็น (Water Ice)
ไอศกรีมหวานเย็น มีส่วนผสมหลัก คือ น้ำตาล น้ำเครื่องปรุงรสและกลิ่น ไม่มีส่วนผสมของไขมันมีปริมาณน้ำมากที่สุด สีและรส เป็นส่วนผสมสำคัญเพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีสีสัน และรสชาติที่ต้องการส่วนใหญ่มี ลักษณะ เป็นแท่ง
6. ไอศกรีมโยเกิร์ต (Y๐ghurt Ice Cream)
มีส่วนผสมหลักคือไอศกรีมและโยเกิร์ต ซี่งจะให้รสชาติหวานกลมกล่อมแบบไอศกรีม และเปรี้ยวเล็กนัอยแบบโยเกิร์ต สามารถผลิตไอศกรีมโยเกิร์ตได้หลากหลายรสชาติเหมือนไอศกรีมทั่วไปแต่โดย ส่วนใหญ่จะใช้รสชาติผลไม้เป็นหลัก
ที่มาของ " ไอศกรีม "
จากการค้นคว้าย้อนหลังไปในประวัติศาสตร์มีหลายตำนานระบุถึงถิ่นกำเนิดของไอศกรีม ตำนานแรกย้อนหลังไปสมัยศตวรรษที่ 1 จักรพรรดิเนโรห์ แห่งอาณาจักรโรมันได้พระราชทานเลี้ยงไอศกรีมแก่เหล่าทหารที่อยู่ในกองทัพ โดยทรงออกคำสั่งให้ทาสไปขุดน้ำแข็งจากภูเขานำมาผสมเข้ากับน้ำผึ้งและผลไม้ ซึ่งต่อมาเรียกไอศกรีมประเภทนี้ว่า เชอร์เบ็ทหรือซอร์เบท์
อีกตำนานที่แพร่หลายมากกว่ามาจากฝั่งตะวันออกบอกว่ากลุ่มชนที่เป็นต้นกำเนิดไอศกรีมที่เก่าแก่ที่สุดคือ คนจีนโดยรู้จักการนำหิมะมาผสมกับน้ำผลไม้เมื่อราว 4 พันปีมาแล้ว ซึ่งไอศกรีมจะดูเหมือนนมขุ่นๆ แช่แข็ง ไม่ได้เป็นครีมนุ่มๆ อย่างทุกวันนี้ เนื่องจากตอนนั้นประเทศจีนเพิ่งจะเริ่มมีการรีดนมจากสัตว์เลี้ยงในฟาร์ม นมจึงจัดเป็น อาหารที่มีราคาแพง พวกชนชั้นสูงจะนำนมไปหมกไว้ในหิมะเพื่อถนอมอาหารจนกลายเป็นนมแช่แข็ง หลังจากนั้นก็เริ่มพัฒนาทำน้ำผลไม้แช่แข็งรับประทานกัน พอถึงต้นศตวรรษที่ 13 ขนมแช่แข็งสารพัดชนิดก็มีวางขาย เข็นขายกันตามถนนและทุกซอกซอยทั่วกรุงปักกิ่ง ว่ากันว่าเป็นที่มาของน้ำแข็งใสในปัจจุบัน
จนปลายศตวรรษที่ 13 มาร์โคโปโลซึ่งเดินทางไปใช้ชีวิตในจีนนาน 16-17 ปี ได้นำสูตรนี้กลับมาแพร่หลายในอิตาลีซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่คนตะวันตกรู้จักการนำน้ำแข็งและเกลือมาเป็นส่วนผสมเพื่อทำให้เกิดความเย็น คนอิตาเลียนจึงถือว่าตนเป็นต้นตำรับไอศกรีมแบบที่นำมาปั่นให้เย็นจนแข็ง เรียกว่าเจลาติน
จากนั้นไอศกรีมเดินทางไปถึงฝรั่งเศส ในงานเฉลิมฉลองพระราชพิธีอภิเษกสมรส ระหว่างแคเธอรีน เดอ เมดิซี แห่งเวนิส กับว่าที่กษัตริย์เฮนรี่ที่ 2 แห่งฝรั่งเศสในปี1533 ซึ่งนอกจากจะเสิร์ฟของหวานแช่แข็งหลากรสแล้ว ยังมีการเสิร์ฟของหวานกึ่งแช่แข็งที่ทำจากครีมข้นหวานซึ่งมีลักษณะคล้ายไอศกรีมในปัจจุบัน
หลังจากที่หมอชาวสเปนในกรุงโรมคนหนึ่งได้พบเทคนิคพิเศษที่ว่า อุณหภูมิของ ส่วนผสมในการทำไอศกรีมแช่แข็งจะลดลงถึงจุด เยือกแข็งได้อย่างรวดเร็วขึ้น หากเติมดินประสิวลงในหิมะหรือน้ำแข็งที่อยู่รอบถัง เมื่อนั้นชาวฟลอเรนซ์จึงเป็นผู้ริเริ่มผลิตของหวานแช่แข็งที่ทำจากครีมล้วนๆ ชนิดแรกของโลก
ไอศกรีมเดินทางไปอังกฤษ จากบันทึกพบว่าพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 แห่งอังกฤษ ทรงรับสั่งให้พ่อครัวทำไอศกรีมให้เสวยและให้เก็บเป็นความลับด้วย
ไอศกรีมเดินทางไปอังกฤษ จากบันทึกพบว่าพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 แห่งอังกฤษ ทรงรับสั่งให้พ่อครัวทำไอศกรีมให้เสวยและให้เก็บเป็นความลับด้วย
ไอศกรีมข้ามไปอเมริกาในช่วงต้นศตวรรษที่ 17 กลายเป็นที่ชื่นชอบของคนอเมริกันมาก ขนาดที่ว่า ประธานาธิบดี จอร์จ วอชิงตัน ลงทุนถึง 200 ดอลลาร์ซื้อเครื่องปั่นไอศกรีมไปทำกินเองในหน้าร้อน จากบันทึกพบว่า มีการเรียกขานคำว่า ไอศกรีม เป็นครั้งแรกในปี 1673 ตอนนั้นหน้าตาของไอศกรีมจัดเป็นประเภทเดียวกับไอซ์ทีหรือชาเย็น กับไอซ์คอฟฟี หรือกาแฟเย็น จึงตั้งชื่อคล้ายๆ กันแม้ว่าต่อมาหน้าตาของไอศกรีมจะเปลี่ยนไปจากเดิมก็ตาม
ร้านไอศกรีมร้านแรกเปิดที่ รัฐนิวยอร์ก สหรัฐในปี 1776 ในปี 1782 มีบันทึกว่าในงานเลี้ยงฟิลาเดลเฟียปาร์ตี้ ซึ่งเจ้าภาพคือเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสจัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่การก่อตั้งประเทศสาธารณรัฐอเมริกา โดยมีการทำไอศกรีมเสิร์ฟแขกผู้มีเกียรติให้หวานชื่นใจกันทั่วงาน
สำหรับต้นกำเนิดไอศกรีมซันเดย์นั้น มีหลายตำนานด้วยกัน ซึ่งล้วนเกี่ยวพันกับ ซันเดย์ หรือวันอาทิตย์แทบทั้งสิ้น เรื่องแรกเกิดขึ้นในยุควิคตอเรียน ในสหรัฐอเมริกา มาจากคำบอกเล่าของ “จอร์จ กิฟฟี่” คนดังแห่งรัฐวิสคอนซิน ระบุว่า เดิมทีการดื่มโซดาวันอาทิตย์ อันเป็นวันประกอบพิธีทางศาสนาและพักผ่อนของชาวคริสต์เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม กระทั่งหลายเมืองออกกฎหมายห้ามจำหน่ายโซดาในวันอาทิตย์ เจ้าของร้านขายยาต่างๆ ในเอแวนสตัน อิลลินอยส์ จึงได้บรรจุไอศกรีมและน้ำหวานไว้เป็นรายชื่อของถูกกฎหมายที่มีจำหน่ายในวันอาทิตย์เพื่อเป็นทางเลือกแก่ลูกค้า โดยในวันอาทิตย์ที่อเมริกันชนชาวคริสต์ส่วนใหญ่ไปเข้าโบสถ์ ในวันนี้ผู้คนจะแต่งตัวสวยงามเมื่อเสร็จพิธีในโบสถ์แล้วก็จะชักชวนกันไปหาของหวานกินกัน ซึ่งไอศกรีมเป็นของหวานชนิดแรกๆ ที่ได้รับเลือก
อย่างไรก็ตามต่อมาคำว่า “Sunday” ได้ถูกเปลี่ยนมาใช้ “Sundae” สาเหตุจากการที่ในหมู่คริสต์ศาสนิกชนโดยเฉพาะผู้ที่เป็นผู้นำในแวดวงศาสนาได้ออกมาโจมตีว่าการนำคำว่า “Sunday” มาใช้เป็นเรื่องไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากวันอาทิตย์เป็นวันอันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งการนำวันดังกล่าวมาตั้งเป็นชื่อของหวานเป็นสิ่งไม่บังควร เป็นที่มาของไอศกรีมซันเดย์ที่สะกดว่า Sundae ของไอศกรีม
อย่างไรก็ตามต่อมาคำว่า “Sunday” ได้ถูกเปลี่ยนมาใช้ “Sundae” สาเหตุจากการที่ในหมู่คริสต์ศาสนิกชนโดยเฉพาะผู้ที่เป็นผู้นำในแวดวงศาสนาได้ออกมาโจมตีว่าการนำคำว่า “Sunday” มาใช้เป็นเรื่องไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากวันอาทิตย์เป็นวันอันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งการนำวันดังกล่าวมาตั้งเป็นชื่อของหวานเป็นสิ่งไม่บังควร เป็นที่มาของไอศกรีมซันเดย์ที่สะกดว่า Sundae ของไอศกรีม
อีกเรื่องเล่าว่า ร้านขายยาชื่อ แพลตต์แอนด์โคต์ โดยนายเชสเตอร์ แพลตต์ เจ้าของร้านซึ่งปกติตักไอศกรีมขายแบบธรรมดา แล้วจู่ๆ ในวันอาทิตย์วันหนึ่ง เกิดไอเดียตักไอศกรีมใส่ถ้วยแชมเปญแล้วนำเอาน้ำเชอรี่ราดลงบนก้อนไอศกรีมและประดับด้วยผลเชอรี่แช่อิ่มบนยอดดูสวยงามน่ารับประทาน โดยตั้งชื่อเมนูพิเศษนี้ว่า Cherry Sunday โดยให้เหตุผลง่ายๆว่า เพราะปิ๊งไอเดียในวันนี้และวางขายในวันอาทิตย์ เรียกร้องความสนใจจากลูกค้าขาประจำและขาจรได้เป็นอย่างดี
ในปี 1812 นางดอลลี่ เมดิสัน ได้คิดค้นเครื่องโรยหน้าไอศกรีมสารพัดอย่างเพื่อเสิร์ฟเป็นของหวานในงานเลี้ยงฉลองรับตำแหน่งประธานาธิบดีที่ทำเนียบขาว
กระทั่งในปี 1843 นางแนนซี่ จอห์นสัน รัฐนิวเจอร์ซีย์ ได้คิดค้นเครื่องผลิตไอศกรีมแบบมือเขย่าขึ้น ซึ่งเธอสามารถขายสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์นี้ด้วยราคา 200 เหรียญสหรัฐ อีก 7 ปีต่อมา จาค็อบ ฟัสเซลล์ ผู้รับซื้อนมได้เปิดธุรกิจไอศกรีมขึ้นเป็นเจ้าแรก
ว่ากันว่า “ไอศกรีมโคน” เกิดขึ้นในงานออกร้าน “เซ็นต์หลุยส์ แฟร์” ในรัฐมิสซูรี่ เมื่อปี 1904 เมื่อนายอาร์โนลด์ ฟอร์นาโช คนขายไอศกรีมเกิดขาดแคลนกระดาษ สำหรับ ใส่ไอศกรีมขึ้นมาเลยไปคว้าเอาแผ่นวอฟเฟิลจากร้านขายวอฟเฟิลของนาย เออร์เนสต์ แฮมไว ที่อยู่ข้างๆ มาม้วนเป็นกรวย แล้วใช้เป็นภาชนะสำหรับบรรจุไอศกรีมเป็นอันว่า ได้มีการม้วนแผ่นวอฟเฟิลทำเป็นโคนเรื่อยๆ แต่นายอิตาโล มาร์ชิโอนี่ ชาวอิตาเลียน อ้างว่าตนเองเป็นผู้คิดค้นไอศกรีมโคนขึ้นเป็นเจ้าแรกตั้งแต่ปี 1896
จนถึงปี 1912 เฟรเดอริก บรุคแมน นักประดิษฐ์จากรัฐโอเรกอน ได้จดลิขสิทธิ์เครื่องจักรผลิตไอศกรีมขึ้น
ในสหรัฐมีการนำเข้าน้ำแข็งแห้งหรือคาร์บอนไดออกไซด์แข็ง ในปี 1930 เพื่อใช้เก็บรักษาไอศกรีม
ไอศกรีมโซดาถือกำเนิดขึ้นเมื่อ โรเบิร์ต เอ็ม. กรีน ผู้จำหน่ายโซดาในฟิลาเดเฟีย คิดค้นส่วนผสมระหว่างน้ำโซดา ครีม น้ำหวาน ในปี 1929 วิลเลียม เดรเยอร์ผู้ผลิตไอศกรีม และคู่หู โจเซฟ เอดี้ ผู้ผลิตลูกกวาด เป็นผู้ริเริ่มไอศกรีมยี่ห้อ ร็อกกี้ โร้ด เป็นเจ้าแรกของโลก
ส่วนวิปป์ครีมที่ประดับสวยอยู่บนหน้าไอศกรีมนั้น เกิดมาจากความขี้เกียจตีครีม ของนายชาร์ล โกทซ์ นักเคมีชั้นยอดแห่งมหาวิทยาลัย อิลลินอยส์ ผู้คลุกคลีในกิจการไอศกรีมจึงทำให้เขาค้นพบวิธีการทำให้ไอศกรีมอิ่มตัวด้วยการใช้ก๊าซไนตรัสออกไซด์หรือก๊าซหัวเราะ
ในสหรัฐมีการนำเข้าน้ำแข็งแห้งหรือคาร์บอนไดออกไซด์แข็ง ในปี 1930 เพื่อใช้เก็บรักษาไอศกรีม
ไอศกรีมโซดาถือกำเนิดขึ้นเมื่อ โรเบิร์ต เอ็ม. กรีน ผู้จำหน่ายโซดาในฟิลาเดเฟีย คิดค้นส่วนผสมระหว่างน้ำโซดา ครีม น้ำหวาน ในปี 1929 วิลเลียม เดรเยอร์ผู้ผลิตไอศกรีม และคู่หู โจเซฟ เอดี้ ผู้ผลิตลูกกวาด เป็นผู้ริเริ่มไอศกรีมยี่ห้อ ร็อกกี้ โร้ด เป็นเจ้าแรกของโลก
ส่วนวิปป์ครีมที่ประดับสวยอยู่บนหน้าไอศกรีมนั้น เกิดมาจากความขี้เกียจตีครีม ของนายชาร์ล โกทซ์ นักเคมีชั้นยอดแห่งมหาวิทยาลัย อิลลินอยส์ ผู้คลุกคลีในกิจการไอศกรีมจึงทำให้เขาค้นพบวิธีการทำให้ไอศกรีมอิ่มตัวด้วยการใช้ก๊าซไนตรัสออกไซด์หรือก๊าซหัวเราะ
ในเมืองไทยไอศกรีมเข้ามาช่วงไหนไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่คาดว่าคงมาหลังสมัย ร.5 ซึ่งมีการผลิตนํ้าแข็งกินเอง ไอศกรีมตอนนั้น ทำจากนํ้าหวานหรือนํ้าผลไม้นำไปปั่นเย็นจนแข็ง ไม่มีนมหรือครีมผสมด้วย เรียกว่า "ไอติม" ใช้แรงคนในการปั่น โดยมีหม้อทองเหลือง เส้นผ่าศูนย์กลาง 50-60 ซม.สูง 30 ซม.ภายในมีรูคล้ายลังถึงสำหรับเสียบกระบอกโลหะทรงกลมขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 2 ซม. ภายในบรรจุนํ้าผลไม้หรือนํ้าหวาน กระบอกนี้คือแม่พิมพ์ที่ทำให้ไอติมเป็นแท่ง
การปั่นต้องใช้มือจับหูหม้อทองเหลืองทั้ง 2 ข้าง และแกว่งหรือหมุนไปมาในถังไม้ที่ใส่นํ้าแข็งผสมเกลือ หลังจากปั่นได้ 1/2 - 1 ชม.ไอของความเย็นจะเริ่มเกาะรอบนอกของกระบอกนํ้าหวานข้างในจะเริ่มแข็งตัว ช่วงนี้เองที่ต้องเสียบไม้เข้าไป ตรงกลางเพื่อ เอาไว้จับกินหมุนต่อไปอีกจนไอติมแข็งตัว จึงเอากระบอกโลหะไปจุ่มในนํ้าอุ่นเพื่อ ให้ดึงไอติมออกจากกระบอกง่ายขึ้น นำไปใส่กระติกเร่ขาย ปัจจุบันมีพ่อค้าฟื้นการทำไอติมแบบนี้ออกขายด้วย
การปั่นต้องใช้มือจับหูหม้อทองเหลืองทั้ง 2 ข้าง และแกว่งหรือหมุนไปมาในถังไม้ที่ใส่นํ้าแข็งผสมเกลือ หลังจากปั่นได้ 1/2 - 1 ชม.ไอของความเย็นจะเริ่มเกาะรอบนอกของกระบอกนํ้าหวานข้างในจะเริ่มแข็งตัว ช่วงนี้เองที่ต้องเสียบไม้เข้าไป ตรงกลางเพื่อ เอาไว้จับกินหมุนต่อไปอีกจนไอติมแข็งตัว จึงเอากระบอกโลหะไปจุ่มในนํ้าอุ่นเพื่อ ให้ดึงไอติมออกจากกระบอกง่ายขึ้น นำไปใส่กระติกเร่ขาย ปัจจุบันมีพ่อค้าฟื้นการทำไอติมแบบนี้ออกขายด้วย
ต่อมาบริษัทป๊อบผู้ผลิตไอศกรีมตราเป็ด ซึ่งเป็นผู้ผลิตไอศกรีมรายแรกของเมืองไทย ได้สั่งซื้อเครื่องทำไอศกรีมจากต่างประเทศ มาผลิตไอศกรีมได้ครั้งละมาก ๆ เน้นความสะอาดและคุณภาพ ทำให้ไอศกรีมเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว ไอศกรีมตราเป็ดยุคแรก ๆ ยังเป็นไอติมหวานเย็น ต่อมาจึงดัดแปลงรสชาติใหม่ ๆ เป็น เป็นรสระกำ เฉาก๊วย ลอดช่อง โอเลี้ยง ข้าวเหนียวแดง ถั่วดำ ฯลฯ พร้อมกับนำสูตรใส่นมจากต่างประเทศใส่ถ้วย ทำให้เนื้อไอศกรีมละเอียดและเนียน คนจึงนิยมกินไอศกรีมใส่นมหรือครีมกันมาก ส่วนไอศกรีมที่เป็นผลงานโลโก้ของไทยคือ ไอติมกะทิ
โดยใช้กะทิสดผสมนํ้าตาล ใส่แทนนมและครีม ที่อาจจะเป็นไปได้มากว่าไอศกรีมกะทิมีต้นกำเนิดจากเมืองไทยเป็นแห่งแรก และไม่ต้องใช้กระบอกทำเป็นแท่ง แต่ใช้ตักใส่ถ้วยเป็นลูกๆ ซึ่งมีคำเรียกขานใหม่ว่า "ไอติมตัก" ต่อมาจึงมีการตักใส่ถ้วยกรอบ และขนมปังผ่ากลาง จุดเด่นของไอศกรีมกะทิคือดัดแปลงให้มีรสชาติต่าง ๆ ได้ง่าย เช่น เติมลอดช่อง เม็ดแมงลัก ข้าวโพด ขนุน ทุเรียน และเผือก เป็นต้น
บริษัทป๊อปลงทุนทำเป็นรถซาเล้งเพิ่มขึ้น มาจึงได้รับความนิยมเพราะคนขายไม่ต้องซื้อรถเอง โดยไอติมตราเป็ดเป็นยุคแรก ๆ ที่เริ่มพัฒนามาใช้รถสามล้อถีบ คนขายถือ Duck Call เสียงดังคล้ายเป็ด เพื่อเรียกลูกค้า นับตั้งแต่นั้นมาสามล้อถีบก็กลายเป็นทั้งสัญลักษณ์ และกลยุทธ์ในการขายไอศกรีม หลายยี่ห้อ เช่น โฟร์โมสต์ ครีโม วอลล์ ฯลฯ
โดยใช้กะทิสดผสมนํ้าตาล ใส่แทนนมและครีม ที่อาจจะเป็นไปได้มากว่าไอศกรีมกะทิมีต้นกำเนิดจากเมืองไทยเป็นแห่งแรก และไม่ต้องใช้กระบอกทำเป็นแท่ง แต่ใช้ตักใส่ถ้วยเป็นลูกๆ ซึ่งมีคำเรียกขานใหม่ว่า "ไอติมตัก" ต่อมาจึงมีการตักใส่ถ้วยกรอบ และขนมปังผ่ากลาง จุดเด่นของไอศกรีมกะทิคือดัดแปลงให้มีรสชาติต่าง ๆ ได้ง่าย เช่น เติมลอดช่อง เม็ดแมงลัก ข้าวโพด ขนุน ทุเรียน และเผือก เป็นต้น
บริษัทป๊อปลงทุนทำเป็นรถซาเล้งเพิ่มขึ้น มาจึงได้รับความนิยมเพราะคนขายไม่ต้องซื้อรถเอง โดยไอติมตราเป็ดเป็นยุคแรก ๆ ที่เริ่มพัฒนามาใช้รถสามล้อถีบ คนขายถือ Duck Call เสียงดังคล้ายเป็ด เพื่อเรียกลูกค้า นับตั้งแต่นั้นมาสามล้อถีบก็กลายเป็นทั้งสัญลักษณ์ และกลยุทธ์ในการขายไอศกรีม หลายยี่ห้อ เช่น โฟร์โมสต์ ครีโม วอลล์ ฯลฯ
ไอติมเหล่านี้มีลูกเล่นกับลูกค้าหลายรูปแบบ บางคนอาจจะเคยกินไอติมที่ปลายไม้ป้ายสีแดง แล้วนำไปแลกได้ฟรีอีก 1 แท่ง ขณะที่ไอติมป๊อปใช้วิธีสลักคำว่าฟรีบนไม้ ใครพบคำนี้นำมาแลกฟรี 1 แท่ง บางยี่ห้อใช้วิธีทายไม้สั้นไม้ยาว กำถั่ว โยนหัวโยนก้อย เหล่านี้เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ได้ผลดีมาก
ซาเล้งขายไอติมซึ่งมีทั้งแบบแท่งและถ้วยครองตลาดอยู่นาน ขณะที่ร้านขายไอศกรีมยังไม่มีใครทำ กระทั่งปี 2520 "ศาลาโฟร์โมสต์" จึงเกิดขึ้น และเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นมาก เด็กมัธยมสมัยนั้นเลิกเรียนหรือดูหนังเสร็จ ต้องนัดกันไป ที่ศาลาโฟร์โมสต์ ไม่กี่ปีหลังจากนั้น การแข่งขันก็เริ่มรุนแรงขึ้น ไอศกรีมลิขสิทธิ์ต่างประเทศ เข้ามาเมืองไทยอย่างมากมาย เช่น สเวนเซ่นส์,บาสกิ้น - รอบบิ้น และแดรี่ควีน เป็นต้น
ซาเล้งขายไอติมซึ่งมีทั้งแบบแท่งและถ้วยครองตลาดอยู่นาน ขณะที่ร้านขายไอศกรีมยังไม่มีใครทำ กระทั่งปี 2520 "ศาลาโฟร์โมสต์" จึงเกิดขึ้น และเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นมาก เด็กมัธยมสมัยนั้นเลิกเรียนหรือดูหนังเสร็จ ต้องนัดกันไป ที่ศาลาโฟร์โมสต์ ไม่กี่ปีหลังจากนั้น การแข่งขันก็เริ่มรุนแรงขึ้น ไอศกรีมลิขสิทธิ์ต่างประเทศ เข้ามาเมืองไทยอย่างมากมาย เช่น สเวนเซ่นส์,บาสกิ้น - รอบบิ้น และแดรี่ควีน เป็นต้น
ในทางการค้าปัจจุบันมีการจัดกลุ่มไอศกรีมไว้หลายประเภทเช่น Plain Ice Cream ไอศกรีม ที่ประกอบด้วยสารให้สีและกลิ่นในปริมาณน้อยกว่า 5% ของส่วนผสมทั้งหมด ,Chocolate มีส่วนผสมของโกโก้หรือชอกโกแลต, Fruit ไอศกรีมประกอบด้วย ผลไม้หรือกลิ่นผลไม้,Nut ไอศกรีมที่ผสมผลไม้เนื้อแข็ง เช่นอัลมอนด์ วอลนัท ถั่วลิสง ฯลฯ, Frozen Custard, French Ice Cream และ French Custard Ice Cream ไอศกรีมที่มีส่วนผสมของไข่แดงไม่น้อยกว่า 1.4 % ของนํ้าหนักผลิตภัณฑ์,
Fruit Sherbet ไอศกรีมทำจากนํ้าผลไม้ นํ้าตาลและนม ,Confection ไอศกรีมที่มี ลูกกวาดผสม เช่น Chocolate Chip, Neapolitan ไอศกรีม 2 รสในถ้วยเดียวกัน,Soft Serve Ice Cream หรือ Ice Milk ไอศกรีมที่ไข จากเครื่องปั่นไอศกรีมโดยตรงไม่ใช้การตัก และ Rainbow Ice Cream ไอศกรีมที่ไขจากเครื่องปั่นเช่นเดียวกัน แต่มีสีต่าง ๆ 6 สีขึ้นไป
Fruit Sherbet ไอศกรีมทำจากนํ้าผลไม้ นํ้าตาลและนม ,Confection ไอศกรีมที่มี ลูกกวาดผสม เช่น Chocolate Chip, Neapolitan ไอศกรีม 2 รสในถ้วยเดียวกัน,Soft Serve Ice Cream หรือ Ice Milk ไอศกรีมที่ไข จากเครื่องปั่นไอศกรีมโดยตรงไม่ใช้การตัก และ Rainbow Ice Cream ไอศกรีมที่ไขจากเครื่องปั่นเช่นเดียวกัน แต่มีสีต่าง ๆ 6 สีขึ้นไป
ไอศกรีมเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่ใช้ทำ ที่สำคัญเหมาะกับเด็กที่กำลัง เจริญเติบโตหรือคนที่ต้องการเพิ่มน้ำหนัก ปัจจุบันมีการผลิตไอศกรีมภูมิปัญญาไทยจากผลไม้ และสมุนไพรของไทยเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก บางอย่างไม่นึกว่าจะทำได้ เช่น กล้วยเล็บมือนาง น้อยหน่า มะขาม เสาวรส หรือไอศกรีมดอกไม้ เช่นดอกกุหลาย ดอกเก๊กฮวย และดอกกระเจี๊ยบแดง เป็นต้น
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
